top of page

Royal Initiative Projects

For Water Soil

Organic Agriculture

เพื่อโครงการ ดวงใจหทัยราษฏร์ ปราชญ์แห่งน้ำ                                                                                      

1.jpg

เพื่อเกษตรกรคนไทย และ สู่การเป็นครัวของโลก

โครงการตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) นั้น ครอบคลุมไปถึงการพัฒนาการเกษตรแบบองค์รวม โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" และ "ทฤษฎีใหม่" ซึ่งเป็นรากฐานของการทำเกษตรอินทรีย์และการแปรรูปสินค้า คณะที่ปรึกษา ใคร่ขอพระบรมราชานุญาต นำมารวบรวม และ สรุป  โครงการตามพระราชดำริดังที่จะกล่าวต่อไป

เพื่อนำมาพัฒนา สืบสาน เพื่อใช้ใน 

1.) โครงการเพื่อโครงการดวงใจราษฏร์ ปราชญ์แห่งน้ำ หรือ Wise Man of WaterProject (WMW) 

2.) โครงการ M7 บึงบอระเพ็ด หรือ โครงการ Maldives Second City (MSC)  

💧1. โครงการพระราชทานด้านน้ำเพื่อการเกษตร (Water Management for Agriculture)
โครงการเหล่านี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ และจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ

การดูแลน้ำเพื่อการเกษตร

ชื่อโครงการ (ภาษาไทย)  /  ชื่อโครงการ (ภาษาอังกฤษ) /  คำอธิบายสั้น ๆ
1.) โครงการแก้มลิง / "Monkey Cheek" Project / เป็นโครงการกักเก็บน้ำตามธรรมชาติหรืออ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก เพื่อรับน้ำจากแม่น้ำลำคลองในช่วงน้ำหลาก ก่อนจะระบายออกสู่ทะเลเมื่อน้ำลด เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองในหน้าแล้ง
2.)
ฝายชะลอความชุ่มชื้น  / Check Dam / โครงสร้างขนาดเล็กสร้างขึ้นขวางทางน้ำในลำห้วยหรือร่องน้ำ เพื่อลดความเร็วของน้ำและกักเก็บตะกอน ช่วยให้เกิดความชุ่มชื้นในพื้นที่ป่าไม้โดยรอบ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ
3.)
เขื่อนและอ่างเก็บน้ำ / Dam and Reservoir Projects / โครงการสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดต่าง ๆ เพื่อกักเก็บน้ำฝนและน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ สำหรับใช้ในการเกษตร การอุปโภคบริโภค และการผลิตไฟฟ้า
3.)
การพัฒนาแหล่งน้ำผิวดิน/ใต้ดิน / Surface/Groundwater Development  / โครงการสำรวจและพัฒนาแหล่งน้ำต่าง ๆ รวมถึงการเจาะบ่อบาดาล เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในพื้นที่แห้งแล้ง
4.)
ระบบส่งน้ำ Water Distribution System / การสร้างคลองส่งน้ำและระบบท่อเพื่อนำน้ำจากแหล่งกักเก็บ (เขื่อน/อ่าง) /  ไปสู่พื้นที่เกษตรกรรมอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

🌱 2.) โครงการพระราชทานด้านการดูแลและปรับปรุงดินเพื่อการเกษตร (Soil Management and Improvement)
โครงการเหล่านี้มุ่งเน้นการฟื้นฟูและปรับปรุงคุณภาพดินที่เสื่อมโทรม หรือดินที่มีปัญหาเฉพาะด้าน เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชื่อโครงการ (ภาษาไทย) / ชื่อโครงการ (ภาษาอังกฤษ) / คำอธิบายสั้น ๆ
1.) โครงการแกล้งดิน / "Fooling the Soil" Project / เป็นเทคนิคการปรับปรุง ดินเปรี้ยวจัด (Acid Sulfate Soil) โดยการปล่อยให้น้ำท่วมและแห้งสลับกันไป เพื่อเร่งปฏิกิริยาให้ดินเปรี้ยวจัดถึงขีดสุดก่อน แล้วค่อยปรับปรุงด้วยปูนและน้ำจืด
2.)
การแก้ไขดินพรุ / Peat Soil Reclamation   / การจัดการดินพรุ (ดินที่มีอินทรียวัตถุสูง) โดยการควบคุมระดับน้ำใต้ดินเพื่อ ป้องกันการทรุดตัวและการเกิดภาวะดินเป็นพิษ และแนะนำพืชที่เหมาะสม
3.)
การแก้ไขดินเค็ม / Saline Soil Remediation /การปรับปรุงดินเค็ม ด้วยการใช้น้ำชะล้างเกลือออกจากหน้าดิน การใช้พืชทนเค็ม หรือการสร้างระบบระบายน้ำใต้ดิน เพื่อให้ดินกลับมาใช้เพาะปลูกได้
4.)
หญ้าแฝก/  / Vetiver Grass / โครงการใช้ หญ้าแฝก ปลูกเป็นแถวตามแนวระดับขวางความลาดเทของพื้นที่ เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน และรักษาความชุ่มชื้นในดิน
5.) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ / Royal Development Study Centres (RDSC) / ศูนย์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต" เพื่อศึกษา ทดลอง ค้นคว้า และสาธิตวิธีการแก้ไขปัญหาดินและน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ก่อนนำไปขยายผลสู่เกษตรกร

💧🌱 3. การทำแปลงที่ดินเพื่อการเกษตรอินทรีย์ (เพื่อ ดิน น้ำ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์)  โครงการเหล่านี้มุ่งเน้นที่การจัดการทรัพยากรภายในไร่นาอย่างยั่งยืน โดยลดการใช้สารเคมี และพึ่งพาตนเองตามหลัก ทฤษฎีใหม่  

การทำแปลงที่ดินเพื่อการเกษตรอินทรีย์ (เพื่อ ดิน น้ำ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์)

ชื่อโครงการ/แนวคิด (ภาษาไทย) คำอธิบายสั้น ๆ
1.) ทฤษฎีใหม่ (New Theory Agriculture) / การจัดการพื้นที่เกษตรขนาดเล็กอย่างมีประสิทธิภาพ แบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วนในอัตรา 30:30:30:10 ได้แก่ น้ำ (30% ขุดสระเก็บน้ำ), ข้าว (30% ปลูกข้าว), พืชสวน/พืชไร่ (30% ปลูกพืชผสมผสาน), และ ที่อยู่อาศัย (10% ที่อยู่และเลี้ยงสัตว์) เน้นการพึ่งพาตนเอง และเป็นรากฐานของการทำเกษตรอินทรีย์
2.)
เกษตรผสมผสาน (Integrated Farming) / แนวคิดการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์หลากหลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน เพื่อเกื้อกูลกันตามธรรมชาติ เช่น การเลี้ยงปลาในสระแล้วใช้น้ำจากสระรดพืช ซึ่งเป็นการลดการใช้สารเคมีและเกิดการหมุนเวียนธาตุอาหาร (Cycle) ที่เป็นหัวใจของเกษตรอินทรีย์
3.)
การใช้หญ้าแฝก / การปลูก หญ้าแฝก เพื่อ อนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน รักษาความชุ่มชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปรับปรุงคุณภาพดินเพื่อรองรับเกษตรอินทรีย์
4.)
การแก้ไขดินด้วยเทคนิคธรรมชาติ / โครงการต่าง ๆ เช่น "แกล้งดิน" (แก้ดินเปรี้ยว) และการแก้ดินเค็ม โดยเน้นการใช้ปูน (วัสดุธรรมชาติ) หรือการจัดการน้ำเพื่อฟื้นฟูสภาพดินโดยไม่ใช้สารเคมีอันตราย

4. การแปรรูปสินค้าที่มาจากเกษตรอินทรีย์ (จากปลูกพืช เลี้ยงสัตว์)
แม้ว่าจะไม่มีชื่อโครงการที่ระบุเจาะจงว่า "การแปรรูปสินค้าเกษตรอินทรีย์" โดยตรง แต่โครงการพระราชดำริต่าง ๆ มักเน้นถึง การเพิ่มมูลค่าผลผลิต และ การสร้างรายได้เสริม ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการแปรรูปสินค้า

ชื่อโครงการ/แนวคิด (ภาษาไทย)    / คำอธิบายสั้น ๆ
1.) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ / ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้แบบครบวงจร ที่นอกจากจะสาธิตการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์แล้ว ยังมีการ ถ่ายทอดความรู้ด้านการแปรรูปและถนอมอาหาร (เช่น การทำข้าวกล้อง การทำปุ๋ยอินทรีย์จากเศษพืช) เพื่อให้เกษตรกรสามารถเพิ่มมูลค่าและจำหน่ายได้ตลอดปี
2.)
การส่งเสริมอาชีพและหัตถกรรมพื้นบ้าน  / การส่งเสริมให้ประชาชนนำผลผลิตทางการเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมา แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร, การทอผ้าไหมที่ใช้สีย้อมธรรมชาติ, และการแปรรูปผลไม้ตามฤดูกาล เพื่อสร้างรายได้เสริมและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ
3.)
การสร้างเครือข่ายสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร / การรวมกลุ่มเกษตรกรเพื่อ จัดการผลผลิตร่วมกัน ทั้งในด้านการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการ รวมพลังในการแปรรูปและทำการตลาด ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มอำนาจในการต่อรองทางการค้า
4.)
การอุตสาหกรรมในครัวเรือน (Home Industry) / แนวคิดในการส่งเสริมให้ครัวเรือนเกษตรกรสามารถนำผลผลิตที่ได้ (ทั้งจากพืชและสัตว์) มา แปรรูปในระดับครัวเรือน ให้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจแก่ครอบครัว

5.) 🌿 โครงการพระราชดำริ: การเกษตรอินทรีย์และการแปรรูป (ฉบับละเอียด)
ตารางนี้ได้รวบรวมรายการพืชและสัตว์ที่ส่งเสริมในระบบเกษตรอินทรีย์ตามแนวพระราชดำริ (โดยเฉพาะ "ทฤษฎีใหม่" และ "เกษตรผสมผสาน")

1.) รายชื่อ พืช และ สัตว์ (เกษตรอินทรีย์) / 2.) โครงการตามพระราชดำริที่เกี่ยวข้อง /3.)  คำอธิบายสั้น ๆ /4.)  การแปรรูปสินค้าเกษตรอินทรีย์ / 5.) YouTube หัวข้อค้นหา (ตัวอย่าง)
1.) ข้าว (หอมมะลิ, ข้าวเหนียว, ข้าวไรซ์เบอร์รี่) / ทฤษฎีใหม่ (ส่วนที่ 2), ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ / พืชหลักเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการบริโภค เน้นการลด/งดใช้สารเคมีในนาข้าว / ข้าวกล้อง, ข้าวซ้อมมือ, น้ำนมข้าว, แป้งข้าวอินทรีย์, ข้าวเกรียบ / "ทฤษฎีใหม่ ข้าว", "ปลูกข้าวอินทรีย์ ตามรอยพ่อ", "แปรรูปข้าว"
2.)
พืชผักสวนครัว (พริก, มะเขือ, คะน้า, ผักกาด) / ทฤษฎีใหม่ (ส่วนที่ 3), เกษตรผสมผสาน / ปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน ลดรายจ่าย และสามารถจำหน่ายได้เมื่อมีเหลือ / การตากแห้งผัก, ผักดอง/ผลไม้ดอง, น้ำพริกเผาอินทรีย์, ชาผัก / "ผักสวนครัว เกษตรพอเพียง", "การแปรรูปพืชผัก"
3.)
พืชสมุนไพร (ฟ้าทะลายโจร, ขมิ้นชัน, ตะไคร้) / การส่งเสริมอาชีพ ในศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ / ปลูกเพื่อเป็นยารักษาโรคเบื้องต้น และใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ ยาแคปซูลสมุนไพร, น้ำสมุนไพรพร้อมดื่ม, ชาสมุนไพร, สบู่อินทรีย์ "ปลูกสมุนไพร เกษตรพอเพียง", "แปรรูปสมุนไพร"
4.)
ไม้ผล (มะม่วง, มะพร้าว, กล้วย, มะนาว) / ทฤษฎีใหม่ (ส่วนที่ 3), เกษตรผสมผสาน / ปลูกเพื่อสร้างรายได้เสริม และให้ร่มเงาในพื้นที่การเกษตร  / กล้วยตาก, กล้วยฉาบ, น้ำมะพร้าวบรรจุขวด, แยมผลไม้, ผลไม้อบแห้ง / "ปลูกไม้ผลตามรอยพ่อ", "การแปรรูปกล้วย มะม่วง"
5.)
พืชบำรุงดิน (ถั่วเขียว, ถั่วพร้า, ปอเทือง) / การปรับปรุงบำรุงดิน, เกษตรอินทรีย์ / ปลูกเพื่อไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด (ปุ๋ยอินทรีย์) ช่วยเพิ่มไนโตรเจนและปรับโครงสร้างดิน (เน้นใช้เป็นปุ๋ยพืชสด) แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากเมล็ดถั่ว/ปุ๋ยอินทรีย์ / "ปอเทือง บำรุงดิน", "ปุ๋ยพืชสด ตามแนวพระราชดำริ"
6.)
ปลา (ปลาดุก, ปลาตะเพียน, ปลานิล) / ทฤษฎีใหม่ (ส่วนที่ 1), การจัดการแหล่งน้ำ / เลี้ยงในสระน้ำเพื่อเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญของครัวเรือน และช่วยกำจัดวัชพืชในน้ำ ปลาแดดเดียว, ปลาร้า, ปลาส้ม, น้ำปลาอินทรีย์ (จากปลาทะเล) / "การเลี้ยงปลา ทฤษฎีใหม่", "แปรรูปปลานิล"
7.)
ไก่ (ไก่ไข่, ไก่เนื้อพื้นเมือง) / ทฤษฎีใหม่ (ส่วนที่ 4), เกษตรผสมผสาน / เลี้ยงเพื่อบริโภคไข่และเนื้อ มูลไก่ใช้เป็นส่วนผสมหลักในการทำปุ๋ยอินทรีย์ / ไข่เค็ม, ไข่เยี่ยวม้า, ไก่ตากแห้ง, แหนม/ไส้กรอก (จากเนื้อไก่) / "เลี้ยงไก่ไข่ เกษตรพอเพียง", "การทำปุ๋ยหมักมูลไก่"
8.)
โค/กระบือ   / ทฤษฎีใหม่ (ส่วนที่ 4) / เลี้ยงเพื่อใช้แรงงาน (ในอดีต) และใช้ มูลสัตว์ เป็นปุ๋ยอินทรีย์สำคัญในการปรับปรุงดิน  /  เนื้อแดดเดียว, หนังวัว/ควายแปรรูป (ใช้ประโยชน์), ผลิตภัณฑ์จากนม / "ปุ๋ยคอกตามแนวพระราชดำริ", "การเลี้ยงโค เกษตรพอเพียง"
9.)
ผึ้ง/ชันโรง / เกษตรผสมผสาน, ส่งเสริมอาชีพ / เลี้ยงเพื่อช่วยผสมเกสรพืช และเก็บผลผลิตจากน้ำผึ้งและรังผึ้ง / น้ำผึ้งบรรจุขวด, เกสรผึ้ง, รวงผึ้ง, ครีม/ผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้ง / "การเลี้ยงผึ้ง เกษตรพอเพียง", "น้ำผึ้ง เกษตรอินทรีย์"

Groundwater Bank

6.) 💧 โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Bank) เพื่อนำมาปรับใช้ แนวคิดและโครงการที่เกี่ยวข้อง กับการจัดการน้ำในลักษณะนี้ เป็นแนวคิดนี้เป็นการประยุกต์ใช้หลักการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 (ศาสตร์พระราชา) โดยเฉพาะเรื่องการกักเก็บน้ำอย่างยั่งยืนและการป้องกันปัญหาน้ำท่วม-ภัยแล้ง 

6.1 โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน

1.) ชื่อโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Bank)

 

2. คำอธิบายโครงการ

 

ธนาคารน้ำใต้ดินคือระบบที่มุ่งเน้นการจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งอย่างยั่งยืน โดยมีหลักการคือ:

  • การเติมน้ำ: สร้างช่องทาง (เช่น บ่อเปิดหรือบ่อปิด) เพื่อ ส่งน้ำส่วนเกินจากผิวดิน (เช่น น้ำฝนหรือน้ำท่วมหลาก) ให้ซึมผ่านชั้นดินลงไปเก็บไว้ใน ชั้นหิน/ชั้นทรายที่อุ้มน้ำ (Aquifer) ในใต้ดิน

  • การกักเก็บ: ชั้นทรายและชั้นหินจะทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ตามธรรมชาติ ซึ่งน้ำที่ซึมลงไปจะได้รับการกรองให้สะอาดขึ้นตามกระบวนการของชั้นดิน

  • การนำมาใช้: เมื่อถึงฤดูแล้งหรือเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ เกษตรกรสามารถ สูบน้ำที่ถูกเก็บไว้ในชั้นใต้ดินนี้ขึ้นมาใช้ประโยชน์ ได้ตลอดปี

 

3. หน่วยงานราชการหลักที่เกี่ยวข้อง

 

แม้ว่าโครงการนี้จะดำเนินการอย่างกว้างขวางโดยหลายหน่วยงานตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับชาติ แต่หน่วยงานหลักที่มีภารกิจดูแลรับผิดชอบด้านทรัพยากรน้ำบาดาลโดยตรงคือ: กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (Department of Groundwater Resources - DGR) (สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)

  • หมายเหตุ: หน่วยงานอื่น ๆ ที่มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและขยายผลโครงการ ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน (ด้านการจัดการดินและน้ำ) และ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ในการขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่)

💧6.2  วิธีการดำเนินการ โครงการธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Bank)

 

โครงการ ธนาคารน้ำใต้ดิน เป็นแนวคิดการบริหารจัดการน้ำที่น้อมนำหลักการกักเก็บน้ำตามแนวพระราชดำริ (ศาสตร์พระราชา) มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝนและภัยแล้งในฤดูแล้งอย่างยั่งยืน โดยเน้นการเก็บน้ำไว้ในชั้นทรายหรือชั้นหินที่อุ้มน้ำใต้ดิน (Aquifer)

 

1. วิธีการดำเนินการอย่างละเอียด (2 ระบบหลัก)

 

ธนาคารน้ำใต้ดินแบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก ซึ่งมีวิธีการดำเนินการแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่และวัตถุประสงค์ :

 

1.1 ระบบบ่อปิด (Closed System)

 

เป็นระบบขนาดเล็กที่เน้นการจัดการน้ำในระดับ ครัวเรือนหรือชุมชนเล็ก เหมาะสำหรับพื้นที่ที่เป็นดินเหนียว ดินแน่น หรือพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขัง น้ำสกปรก หรือน้ำทิ้งจากอาคาร

  • วัตถุประสงค์: แก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่บ้านเรือน, กรองน้ำทิ้ง, เพิ่มความชุ่มชื้นในดินตื้น.

  • วิธีการ:

    1. ขุดหลุม/เจาะบ่อ: ขุดหลุมขนาดประมาณ 50 ซม. ถึง 1 เมตร ลึกประมาณ 1-2 เมตร (หรือลึกกว่าหากดินแน่นมาก)

    2. ใส่วัสดุกรอง: วางหินขนาดใหญ่/หินอุโมงค์, กรวดหยาบ, ถ่านชีวภาพ (เพื่อดูดซับของเสีย) และอาจใช้มุ้งไนลอนคลุมเพื่อป้องกันเศษดิน.

    3. ติดตั้งท่อ: ใส่ท่อ PVC ที่เจาะรูรอบด้านลงในหลุมแบบตั้ง เพื่อเป็นช่องทางให้น้ำไหลลงสู่ชั้นใต้ดินได้ง่ายและรวดเร็ว

    4. กลบและปิดปากบ่อ: กลบด้วยหินและกรวดรอบท่อ จากนั้นปิดปากบ่อด้านบนด้วยดินหรือปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดิน

  • การใช้งาน: น้ำฝนหรือน้ำทิ้งที่ไหลเข้าบ่อจะซึมผ่านวัสดุกรองและรูท่อลงไปเก็บในชั้นดิน

 

1.2 ระบบบ่อเปิด (Open System)

 

เป็นระบบขนาดใหญ่ที่เน้นการจัดการน้ำในระดับ พื้นที่การเกษตรขนาดใหญ่ หรือระดับตำบล/หมู่บ้าน เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีชั้นหินอุ้มน้ำอยู่ไม่ลึกมากนัก

  • วัตถุประสงค์: แก้ปัญหาน้ำแล้งในพื้นที่การเกษตร, เติมน้ำกลับสู่ชั้นบาดาลหลัก.

  • วิธีการ:

    1. เลือกพื้นที่: มักจะทำในพื้นที่ลุ่มต่ำ, หนองน้ำ, หรือลำห้วยที่เคยตื้นเขินและมีน้ำท่วมหลาก

    2. ขุดเจาะ: ขุดลอกหนองน้ำ/ลำห้วยเดิม และทำการ เจาะหรือขุดบ่อลงไปให้ทะลุชั้นดินเหนียวหนา จนถึงชั้นหินหรือชั้นทรายที่อุ้มน้ำใต้ดิน (ชั้นบาดาล)

    3. สร้างช่องทางเติมน้ำ: อาจมีการปรับปรุงบ่อเก่าหรือสร้างสะดือ/ทางน้ำลง เพื่อให้มีช่องทางขนาดใหญ่ให้น้ำจากผิวดินหรือน้ำท่วมสามารถไหลซึมลงไปสู่ชั้นใต้ดินได้ในปริมาณมาก

  • การใช้งาน: น้ำจะถูกเติมลงสู่ชั้นบาดาลหลัก เมื่อถึงฤดูแล้ง ระดับน้ำในบ่อผิวดินหรือบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่โดยรอบจะสูงขึ้น ทำให้สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ได้

2. ตัวอย่างความสำเร็จในไทยและต่างประเทศ

2.1 ตัวอย่างความสำเร็จในประเทศไทย

 

ตัวอย่างความสำเร็จ  /   รายละเอียดความสำเร็จ

1.) วัดบุญเรืองสุวรราราม จ.เชียงราย เป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งความสำเร็จ โดยพระนิเทศศาสนคุณ (หลวงพ่อสมาน สิริปัญโญ) ได้นำแนวคิดนี้มาทดลองใช้ ทำให้สระน้ำของวัดไม่เคยแห้งอีกเลยตลอดทั้งปี ช่วยให้ชาวบ้านมีแหล่งน้ำอุปโภคบริโภคที่ยั่งยืน

2.) หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า จ.ฉะเชิงเทรา ชุมชนที่เคยประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก ได้นำระบบธนาคารน้ำใต้ดินมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำ ทำให้สามารถทำการเกษตรได้ตลอดปี สร้างความมั่นคงทางรายได้ และกลายเป็นศูนย์เรียนรู้ให้ชุมชนอื่น

3.) บ้านห้วยแก้ว อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พื้นที่ที่เคยเป็น "หมู่บ้านภัยแล้งแห่งชาติ" ได้นำระบบธนาคารน้ำใต้ดินแบบเปิดมาใช้ในการจัดการน้ำ ทำให้สามารถแก้วิกฤตขาดน้ำได้อย่างเป็นรูปธรรม

2.2 ตัวอย่างความสำเร็จในต่างประเทศ

 

แม้ว่าชื่อเรียกอาจแตกต่างกัน แต่หลักการเติมน้ำกลับสู่ชั้นใต้ดินเป็นที่รู้จักในระดับสากล โดยใช้ชื่อว่า Managed Aquifer Recharge (MAR) หรือ Groundwater Banking

ประเทศ/ภูมิภาค   /  รายละเอียดความสำเร็จ

1.) รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา   /  มีการใช้เทคนิค Groundwater Banking เพื่อเติมน้ำผิวดิน (จากแม่น้ำหรือน้ำฝน) ลงสู่ชั้นใต้ดินขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่การเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาการทรุดตัวของแผ่นดิน ที่เกิดจากการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้มากเกินไป

2.) อินเดีย (รัฐคุชราต และพื้นที่แห้งแล้ง)   /  มีการใช้เทคนิคที่คล้ายกันคือการสร้าง Check Dam หรือ Percolation Tanks (บ่อซึมน้ำ) เพื่อกักน้ำไว้บนผิวดินให้ซึมลงไปเติมน้ำบาดาลในชุมชนท้องถิ่น

© 2024 by The SUN Academy (TSA). Powered and secured by Wix

bottom of page